จัดงบฯ’โครงการก้าวคนละก้าว’ มอบ11รพ.งวดแรก

สรุปจัดสรรงบฯ “โครงการก้าวคนละก้าว” มอบให้ 11 รพ. งวดแรก ตามจำนวนเตียง ขั้นต่ำ 91 ล้านบาท 5 รพ. พระมงกุฎฯ เยอะสุด 221 ล้านบาท  เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า พล.ต.นิมิตร์ สะโมทาน ผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้า ในฐานะประธานมูลนิธิ รพ.พระมงกุฏเกล้าฯ ได้มีการประชุมร่วมกับผู้ผู้แทนโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 รพ. และผอ.รพ. ทั้ง 11 แห่ง

ได้แก่ 1.รพ.ยะลา 2. รพ.สุราษฎร์ธานี 3.รพ.ศูนย์ราชบุรี 4.รพ.เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี 5.รพ.สระบุรี 6.รพ.ขอนแก่น 7.รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี 8.รพ.นครพิงค์ จ.เชียงใหม่ 9.รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ 10.รพ.น่าน และ 11. รพ.พระมงกุฎเกล้า เพื่อหารือถึงการจัดสรรงบประมาณตามโครงการดังกล่าวงวดแรก ตัดยอดเงินบริจาคในโครงการฯ 1,300 ล้านบาท  นพ.อนันต์ กมลเนตร ผอ.รพ.สระบุรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมฯ ว่า การจัดสรรงบประมาณจากเงินบริจาคโครงการก้าวคนละก้าว จะพิจารณาตามจำนวนเตียงเป็นเปอร์เซ็นต์ โดย รพ.สระบุรี ได้รับ 8 เปอร์เซนต์ คิดเป็นเงิน 104 ล้านบาท, รพ.ราชบุรี ได้รับ 10 เปอร์เซนต์ คิดเป็นเงิน 130 ล้านบาท, รพ.ยะลาได้รับ 7 เปอร์เซนต์ คิดเป็นเงิน 91 ล้านบาท, รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร์ได้รับ 7 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน 91 ล้านบาท, รพ.พระมงกุฎได้รับ 12 เปอร์เซ็นต์ บวกค่าบริหารจัดการ 5 เปอร์เซนต์ รวมเป็นเงิน 221 ล้านบาท, รพ.น่านได้รับ 7 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน 91 ล้านบาท, รพ.นครพิงค์ได้รับ 7 เปอร์เซนต์ คิดเป็นเงิน 91 ล้านบาท, รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ได้รับ 8.5 เปอร์เซนต์ คิดเป็นเงิน 110.5 ล้านบาท, รพ.สุราษฏร์ธานีได้รับ 10.5 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน 136.5 ล้านบาท, รพ.เจ้าพระยายมราช ได้รับ 7 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน 91 ล้านบาท และรพ.ขอนแก่น ได้รับ 11 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน 143 ล้านบาท สำหรับวัตถุประสงค์ของการรับบริจาคเงินในโครงการก้าวคนละก้าว จะนำไปจัดสรรซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ แตกต่างกันไป และจากนี้ทาง รพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขจะมีการหารือถึงการใช้เงิน และวางระบบการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่แต่ละรพ.ต่างกังวล ดังนั้นจะมีระบบตรวจสอบ กำกับการใช้งบฯ อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้

ด้าน พล.ต.นพ.พีระพล ปกป้อง เลขาธิการมูลนิธิรพ.พระมงกุฎเกล้าฯ กล่าวว่า การจัดสรรครั้งนี้เป็นเงินก้อนแรกตัดยอดที่ 1,300 ล้านบาท ให้กับรพ.เพื่อนำไปจัดซื้ออุปรณ์การแพทย์ตามความจำเป็น โดยเรื่องของการตรวจสอบการใช้เงินนั้นแต่ละรพ.ไปวางมาตรฐานกันเอง ส่วนทางโครงการไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแต่อย่างใด ส่วนยอดการบริจาคในโครงการที่จะเข้ามาหลังจากนี้จนถึง 31 พ.ค.นั้น ยังคงจัดสรรให้กับ 11 รพ.เดิม แต่รพ.เหล่านี้สามารถนำไปต่อยอดให้กับสถานพยาบาลในเครือข่ายต่อไปได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews

admin

Related posts